กระเป๋ารุ่นสรพงค์

สาวขายกระเป๋ามือสอง โดนร้านเขียนกระเป๋าปลอม ซ้ำยึดไว้ ยันของแท้ คู่กรณีขอเจรจา

เป็นเรื่องดาม่าในโลกออนไลน์ พูดถึงกันเป็นอย่างมาก ว่าใครพูดความจริง

กรณีมีเรื่องดราม่าบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมหรูยี่ห้อแอร์เมสมือสอง โดยเจ้าของเดิมที่ขายให้ยืนยันเป็นของแท้ แต่ร้านที่รับซื้อไปกลับบอกว่าเป็นของปลอม พร้อมโพสต์คลิปขณะขีดเขียนข้อความลงบนกระเป๋าว่าปลอม ก่อนจะยึดไว้ไม่ส่งคืนเจ้าของ จนสร้างเสียงวิจารณ์ออกไปเป็นวงกว้างล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.ข่าวสดออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.จิดาภา ชีนารักษ์ ผู้เสียหายที่ขายกระเป๋า ว่า ตนซื้อกระเป๋าใบนี้มาจาก น.ส.จิ๊บ ซึ่งเคยซื้อขายกันมานานแล้ว และใช้กระเป๋ายี่ห้อแอร์เมส รุ่นคอนซองค์ 24 ใบนี้มา 2 ปีแล้ว ทำให้มีตำหนิ ไม่ใช่กระเป๋าที่เก็บไว้ แต่เอามาใช้งาน ตอนนี้อยากจะเปลี่ยนใบใหม่ พอเจอร้านนี้ก็เลยขาย เพราะให้ราคาดี แต่พอส่งไปเขาไม่โอนเงินมา บอกแต่ว่าเป็นของปลอม ให้ตนมารับคืน แต่ตอนแรกเขาจะไม่คืนให้ ตนเลยจะไปรับที่ร้านจึงเดินทางจาก จ.เชียงใหม่ ก่อนไปแจ้งความที่ สน.บางขุนเทียน แล้วไปหาที่ร้านแต่สุดท้ายเขาไม่คืนบอกว่าเป็นของปลอมจะเอาไปทำลาย ซึ่งเขาบอกว่าถ้าเป็นของแท้จะจ่ายเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งพูดไว้ในโซเชียลด้วย

ต่อมาเจ้าของกระเป๋า ได้โพสเฟสบุคว่ารอผลตรวจก่อนว่าของตนเองเป็นของแท้

กระเป๋ารุ่นสรพงค์

น.ส.จิดาภา กล่าวว่า ปกติแล้วร้านรับซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมทั่วไปจะให้ส่งของไปร้านก่อนเพื่อตรวจสอบ แล้วจะโอนเงินมาให้ ซึ่งตนยืนยันว่ากระเป๋าตัวเองเป็นของแท้แน่ๆ และเมื่อคืนนี้ตำรวจก็แจ้งมาว่าฝั่งคู่กรณีมีแนวโน้มที่จะยอมซื้อกระเป๋า แต่ยังต้องรอผลตรวจยืนยันว่ากระเป๋าใบนี้เป็นของแท้ก่อน และต้องรอไปพบกันที่โรงพักอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ถ้ากระเป๋าใบนี้เป็นของปลอม ตนก็คงไม่ดิ้นรนบินไปตามขอคืนจากเขาทุกวันแบบนี้

ช็อกอีก! สรพงษ์ แฉดาราสาว ดาราสาวนำกระเป๋าปลอมมาขาย 

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.64 ในรายการโหนกระแส พิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย ได้เชิญเจ้าของกระเป๋าแบรนด์เนมหรู Hermes และทีน่า แม่ค้าออนไลน์ที่จะรับซื้อกระเป๋าไปและเขียนปลอมกระเป๋าใบนี้ จบกลายเป็นดราม่ากระเป๋าปลอม ถึงขั้นท้าพิสูจน์ด้วยเงิน 2 ล้านบาท พร้อมทีน่า แม่ค้าออนไลน์ ยังประกาศจะเปลี่ยนชื่อเป็น สรพงษ์ ถ้าเป็นกระเป๋าของปลอม ชมพู่ เจ้าของกระเป๋า กล่าวว่า ต้องการขายกระเป๋าหรู Hermes และติดต่อไปยังร้านของทีน่า โดยทางร้านขอเช็กว่าเป็นกระเป๋าปลอมหรือไม่ ก่อนร้านแจ้งกลับมาว่ากระเป๋าของปลอม ทำให้ตกใจมาก โดยคุณทีน่ายังไม่คืนและใช้ปากกาเขียนกระเป๋าว่าปลอม ซึ่งทางร้านไม่ยอมคืนกระเป๋าให้ บอกเพียงว่าต้องทำลายทิ้ง จากนั้นจึงโทร.ไปพยายามขอคืน อีกฝ่ายบอกให้ไปโรงพัก โดยพยายามจะเอากระเป๋าคืน แต่ร้านก็ยืนยันไม่คืน

กระเป๋ารุ่นสรพงค์

ทีน่า กล่าวว่า เจ้าของกระเป๋าให้คำตอบถึงที่มากระเป๋าไม่เคลียร์ ทำให้สงสัย โดยก่อนหน้านี้ตกลงราคากัน 3.95 แสนบาท ซึ่งส่วนตัวเปิดร้านขายกระเป๋ามา 4 ปีแล้ว โดยไม่เคยพลาด แต่ก่อนหน้าเคยพลาดมาแล้ว 1 ครั้งก่อนมาถึงกรณีนี้ ส่วนข้อสงสัยที่คิดว่าปลอมคือ ยาแนวของกระเป๋าแปลกๆ จึงคิดว่าไม่ใช่ แต่เมื่อเจ้าของยืนยันว่าแท้ จึงอยากพิสูจน์ทีน่า กล่าวว่า เราซื้ออยู่แล้ว จึงคิดว่าเขียนกระเป๋าไปว่าปลอม ยืนยันจะจ่าย 3.95 แสนบาท แม้จะเป็นของปลอม โดยเตรียมจะไปพิสูจน์ภายหลัง การที่เราไปเขียนกระเป๋าว่าปลอม คิดว่าเราผิดพลาด เพราะเราต้องการพิสูจน์และจะรับผิดชอบ ตั้งใจแต่แรกอยู่แล้วว่าจะซื้อ

หนุ่มกรรชัย ถามว่าการที่ไปเขียนกระเป๋าว่าปลอม แสดงว่าซื้อแล้วหรือไม่

กระเป๋ารุ่นสรพงค์

หนุ่มกรรชัย ถามว่าการที่ไปเขียนกระเป๋าว่าปลอม แสดงว่าซื้อแล้วหรือไม่ ทีน่า กล่าวว่า ถ้าปลอมก็ไม่โอน แต่ต้องพิสูจน์หนุ่มกรรชัย ถามว่าทำไมประกาศเรื่องเงิน 2 ล้าน ทีน่ากล่าวว่า เหมือนการพนันด้วยเงิน 2 ล้าน ถ้าแท้จะจ่าย 2 ล้าน โดยไม่ได้ตกลงกับเจ้าของกระเป๋าหนุ่มกรรชัย ถามว่าแบบนี้คะนองปากหรือไม่ เพราะคำพูดคือนายคน ทีน่ากล่าวว่า ใช่ เราแค่พูดให้เฮฮา สนุกสนาน ยืนยันจ่ายแค่ 3.95 แสนหนุ่มกรรชัย ถามว่าจะเลิกเป็นกะเทย และเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์หรือไม่ เพราะคนก็รอดูอยู่ ทีน่ากล่าวว่า เลิกเป็นได้หรือ เปลี่ยนไม่ได้แล้วหนุ่มกรรชัย ถามว่าที่ทำได้ตอนนี้คือเปลี่ยนชื่อเป็นสรงพงษ์ ก่อนถามถึงชื่อเก่า ทีน่าบอกว่า ชื่อเก่าคือมงคลศักดิ์ และณภาพัฒน์ โดยเราแค่พูดสนุกเฮฮาเท่านั้น แต่ถ้าทุกคนจะให้เปลี่ยนก็จะเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์ โดยพรุ่งนี้จะไปเปลี่ยนที่เขตเลย ส่วนเรื่องเงิน 2 ล้านคงไม่ได้ เพราะตกลงกันที่ 3.95 แสนบาทด้านทนายเกิดผล กล่าวว่า ในข้อหากฎหมายจะผิดฐานหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายให้คุณชมพู่ ส่วนเงิน 2 ล้านทางกฎหมายถือว่ามีผลแล้ว ถือว่าเป็นคำมั่นด้านทีน่า กล่าวว่า เราแค่พูดไปเรื่อย ไม่ได้ต้องการท้าทายใคร ยอมรับว่าเราดูผิดพลาด ถือเป็นบทเรียนและเราใจร้อน ไม่ได้เช็กไปลึกๆ