อย่าปล่อยให้หน้ามัน มันยิ่งขึ้นด้วยครีมที่บำรุงผิดจุด

สาวๆ ผิวมัน ทุกท่านเคยประสบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ไม่ทาครีมหน้าก็ไม่สวยสดชื่น แต่พอทาครีมมันก็ยิ่งเพิ่มน้ำมันบนใบหน้าจนแทบจะทอดไข่ดาวได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็น ครีมทากลางวัน พอผ่านไปครึ่งวันเท่านั้นก็เหมือนมันจะพาเครื่องสำอางไหลลงมากองอยู่ที่คาง บางทีใช้ครีมสำหรับผิวมันแล้วก็ยังไม่รอดอยู่ดี วันนี้เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ใน การเลือกครีมสำหรับสาวหน้ามัน มาแนะนำกัน

หน้ามันแก้ได้ แค่เลือกครีมที่ใช้ให้ถูกชนิด

สิ่งที่สาวๆ หน้ามันควรทำแต่ดันเป็นสิ่งที่เราละเลยกันมากที่สุดนั่นก็คือการอ่าน ส่วนประกอบของครีม แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นครีมสำหรับคนผิวมัน แต่บางทีก็ใส่น้ำมันมามากจนทาไปแล้วหน้าเยิ้ม ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหน้าที่มันนั้น เกิดจากการที่ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมาก สาวๆ จะต้องไม่ทำการใด ๆ ที่ทำให้ผิวของเราแห้งเด็ดขาด อย่างเช่นการใช้สบู่ล้างหน้าสูตรแรงๆ ที่ล้างออกมาถูหน้าแล้วดังเอี๊ยด แบบนั้นผิวเราจะคิดว่าใบหน้าขาดความชุ่มชื่นแล้วระดมกำลังผลิตน้ำมันออกมาอีกล็อตใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะมีในส่วนประกอบของครีมที่เราเลือกใช้จึงเป็น มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่มีความสามารถในการ ช่วยควบคุมผิวหนัง ได้ เช่น  กรดแลคติก เบนโซอิล สังกะสี ซัลเฟอร์ กรดซาลิไซลิค เป็นต้น

ถ้าจะเอาให้ดีควรมี กรดไฮยาลูโรนิค มากที่สุด เนื่องจากเป็นกรดที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่นและสมดุลของน้ำมันบนใบหน้าของสาวผิวมันได้ดีที่สุด ควรระวังสารปิโตรลาทัมที่จะทำให้ ผิวหนังอุดตันจนเกิดสิว ตามมา รวมไปถึงน้ำมัน วิตามินอี มิเนอรัลที่มีสารบำรุงความชุ่มชื่นแบบเข้มข้นจัดเต็มที่จะทำให้หน้าเรามันมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญเนื้อครีมควรมีความบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซับไว ไม่เกาะตัวกันบนผิวหน้าซึ่งจะทำให้ผิวของเราไม่มันไปมากกว่าเดิม

หยุดหน้ามันง่ายๆ แค่ใส่ใจกับครีมให้มากขึ้น

ใครจะไปรู้ว่าเพียงแค่เลือกส่วนผสมในครีมและเนื้อครีมให้ถูกต้องตรงกับสิ่งที่ผิวต้องการ ก็จะช่วยให้สาวๆ ที่ประสบปัญหาหน้ามันได้ บำรุงใบหน้า อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าอีกต่อไป เท่านี้เราก็จะมีใบหน้าที่สวยสดใส ไร้ริ้วรอย และไม่มันจนเกินไปอีกด้วย พอหน้าไม่มันก็แต่งหน้าง่าย เครื่องสำอางติดทนนาน ช่วยเสริมความสวยและความมั่นใจ ลดความวิตกกังวลว่าหน้าจะไหลไปรึยังในระหว่างวันอีกด้วย

12 อาการที่ต้องการความเข้าใจในคนวัยทอง

อย่าได้เข้าใจผิดกันนะคะว่า เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าสู่การเป็น คนวัยทองได้เพราะผู้ชายก็เป็นวัยทองได้เช่นเดียวกัน โดยการเข้าสู่สภาวะวัยทองทั้งหญิงและชายโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 40-65 ปี ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะมีอาการของการเป็นวัยทองที่คล้ายคลึงกัน  เพียงแต่ผู้ชายจะแสดงออกทางอาการน้อยกว่าผู้หญิง  แต่อาการดังกล่าวเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะมีอาการอยู่ในระหว่าง 1-4 ปี แล้วจะหายไป ไม่กลับมาเป็นอีก แต่อย่างไรก็ตาม อาการของวัยทอง บางอาการอาจจะเกิดขึ้นกับคนๆหนึ่ง แต่ไม่เกิดกับอีกคน หรือบางคนอาจไม่มีอาการของคนวัยทองเลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการผลิตฮอร์โมนในร่างกายของคนแต่ละคนที่แตกต่างกันไป  ดังนั้นก่อนที่จะรับรู้ถึงอาการของคนวัยทอง  เรามารู้กันก่อนดีกว่าว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คน เข้าสู่สภาวะวัยทอง

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะของวัยทอง

การเข้าสู่สภาวะวัยทอง มีสาเหตุสำคัญหลักๆ เลยก็คือ ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้ลดลง โดยในเพศหญิง ฮอร์โมน เอสโตเจน.จะถูกผลิตได้น้อยลง ในเพศชาย ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone).จะถูกผลิตได้น้อยลง ซึ่งจะลดลงช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมส่วนตัว  สำหรับผู้ชาย สาเหตุที่ไม่แสดงอาการชัดเจนเหมือนเพศหญิงนั้น เพราะ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ของเพศชายที่ผลิตจากลูกอัณฑะนั้นจะสามารถผลิตได้เรื่อย ๆไม่หยุดเพียงแต่จะลดปริมาณเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของในช่วยวัยรุ่นเท่านั้นเอง  ในภาษาอังกฤษ อาการวัยทองของผู้ชายจะเรียกว่า  แอนโดรพอส (Andropause)  ส่วนในผู้หญิงจะเรียกว่า  เมนโนพอส Menopause  หรือแปลตรงตัวว่า การหมดประจำเดือน   มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเอามาฝากในเรื่องของผู้หญิงวัยทองว่า ในภาษาอังกฤษจะไม่ใช้คำว่า Golden age women เพราะคำนี้ฝรั่งเขาหมายถึง  ยุคทองของผู้หญิง  ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่ร่าเริง มีความสำเร็จสูงสุดในชีวิต

อาการของคนวัยทอง

1. มีอารมณ์ที่แปรปรวน และหงุดหงิดง่าย อาการนี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นและสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด

2.นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นมาแล้วเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม

3.มีอาการซึมเศร้าง่าย ไม่ค่อยสดใสร่าเริง  ไม่ค่อยมีสมาธิ  ความจำเสื่อม หลงลืมง่ายในเรื่องที่เพิ่งกระทำ  (แต่ไม่ลืมเรื่องในอดีต)

  1. ในเพศหญิงจะมีอาการประจำเดือนจะมาไม่ปกติ เช่น มาไม่ตรงรอบ หรือมีปริมาณน้อยลง และอาจมี อาการสภาวะช่องคลอดแห้ง ไม่มีน้ำหล่อลื่นในผู้หญิง อารมณ์ และสมรรถภาพทางเพศน้อยลงทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
  2. ผมร่วงง่าย เปลี่ยนแชมพูสระผมอย่างไรก็ยังร่วงอยู่
  3. เล็บมือเล็บเท้าเปราะหักง่าย
  4. ผิวแห้งกร้านทั้งผิวหน้า และผิวตัว ต้องใช้ครีมบำรุงมากกว่าปกติ และเนื้อครีมซึบซาบเข้าผิวได้ยาก
  5. ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ปัสสาวะไม่ฉีดพุ่ง  และปัสสาวะบ่อย
  6. มีเหงื่อออกมาก บางครั้งเหมือนเพิ่งไปออกกำลังกายมา ทั้งๆที่นั่งอยู่เฉยๆ โดยการออกของเหงื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย
  1. อ่อนเพลียง่าย และมีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยบ่อยๆ จึงไม่แปลกที่เห็นผู้สูงอายุจะไปใช้บริการการนวดแผนโบราณกันมาก
  2. มี อาการลงพุงง่าย ทั้งหญิงและชาย คอเลสเตอรอล และความดันโลหิตสูง
  3. สภาวะกระดูกพรุน โดยอาการนี้จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีอุบุติเหตุที่ทำให้ล้ม จึงจะพบว่ากระดูกจะหักและแตกง่ายมาก

รู้อาการของผู้ที่เป็นวัยทองแล้ว  ถ้าบ้านไหนมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นวัยทองก็ต้องช่วยกันให้ความเข้าใจ ในความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และร่างกายของผู้ที่อยู่ในสภาวะวัยทองด้วยนะคะ หมั่นให้ความรัก ความสำคัญ ความเข้าอกเข้าใจ  เพื่อจะได้ช่วยให้เค้าหมดความกังวลในอาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางร่างกายและจิตใจ และมีความสุขในวัยทองอย่างแท้จริงกับครอบครัวนะคะ         

หากคุณเข้าใจ และรับมือการเป็นวัยทองได้อย่างถูกวิธี คุณก็จะเป็นวัยดังความหมายฝรั่งที่ว่า Golden age womenที่มีความสุขกับความสำเร็จของชีวิต ที่ ร่าเริงสดใส  เลยเชียวค่ะ